เตือนภัย ไวรัส Ransomeware เครื่องมือ แฮคเกอร์ เจาะระบบ เรียกค่าไถ่

 แฮกเกอร์ป่วน ! ส่งไวรัสคอมพิวเตอร์ Ransomware โจมตีระบบเน็ตเวิร์คเพื่อเรียกเงินคาไถ่ วิกฤติหนัก… องค์กรภาครัฐและเอกชนอ่วม โดนแฮกระบบพัง เกิดปัญหากับการให้บริการประชาชนและลูกค้า กระตุ้นทุกภาคส่วนหามาตรการป้องกัน ก่อนโจรยุคดิจิตอลจี้ชิงเงิน


 ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Ransomware เป็นไวรัสมัลแวร์ชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นโอเพนซอร์สที่เปิดโค๊ดให้ทุกคนสามารถนำไปใช้ และพัฒนาสร้างโปรแกรมได้ ซึ่งไอ้เจ้าตัว Ransomware ที่ว่านี้มีการส่งต่อและพัฒนากันในกลุ่มเว็บผิดกฎหมาย หรือ ที่เรียกว่า Dark Web โลกออนไลน์อีกใบ ซึ่งเป็นชุมทางสายอาชญากรรมที่ทุกคนอาจไม่เคยรู้ (และไม่ควรเข้าไปยุ่ง)


 Ransomware ที่โจรแฮกเกอร์นำมาใช้กันนี้ มีวิธีการทำงานด้วยวงจรอุบาทว์ที่ง่ายมาก โดยไวรัสจะวิ่งไปล็อกเข้ารหัสไฟล์สำคัญต่าง ๆ ในระบบเน็ตเวิร์คจนไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ระบบขัดข้อง สูญเสียการทำงาน และพังในที่สุด


 สมมติให้เห็นภาพ เพื่อเล่าให้ง่ายขึ้น ถ้าเกิดแฮกเกอร์ส่ง Ransomware เข้าโจมตีระบบฟู๊ดเดลิเวอรี ทำให้บริษัทผู้ให้บริการไม่สามารถมองเห็นข้อมูลพาร์ทเนอร์ และ Rider ที่ขี่จักรยานยนต์ส่งอาหาร ถ้าเป็นแบบนี้ป่วนหนักแน่นอน เสียหายหลักหลายล้าน


 

และเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในตอนนี้ ล่าสุดโรงพยาบาลสระบุรีก็โดน Ransomware เข้าโจมตี แม้จะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนของเหตุจูงใจจากแฮกเกอร์ รวมถึงตัวเลขค่าไถ่ แต่ผลกระทบก็เกิดขึ้น โดยเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2563 ทางโรงพยาบาลได้โพสต์ขึ้นเฟซบุ๊กว่า “ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถใช้งานระบบของโรงพยาบาลได้ ต้องรบกวนให้ผู้เข้ารับบริการทุกท่านนำบัตรแสดงสิทธิ ใบรายการยาครั้งสุดท้ายและยาเดิมมาด้วย”

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ก็เคยโดน  Hacker โจมตี


 ก่อนหน้านี้ในช่วงกลางปี หน่วยงานดัง ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศต่างโดนกันถ้วนหน้า ถ้าในไทยก็ต้องเป็นเคสที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโดนโจมตีระบบล่มเป็นสัปดาห์ หรือ ถ้าเป็นระดับโลกก็ต้องยกให้ Garmin ที่ถูกโจมตีระบบแอพพลิเคชั่นจนพังพาบ แม้ทั้ง 2 เหตุการณ์จะคลี่คลาย แต่ก็เชื่อได้ว่าปัญหาที่ยุติได้ก็เพราะการจ่ายเงินค่าไถ่ โอ้มายก็อดดดดด


 Ransomware   

มีการพัฒนาที่ซับซ้อนและโจมตีด้วยวิธีการใหม่ ๆ ทุกวัน การโจมตีมักเกิดจากการส่งต่อ Thumb drive ที่ติดไวรัสเข้าสู่ระบบเน็ตเวิร์ค แนะนำควรบันทึกข้อมูล Back Up ไว้อยู่เสมอผ่านระบ Cloud น่าจะเป็นวิธีรับมือที่ดีสุดในขณะนี้ครับ

Pin It