Tuesday, 12 January 2016 09:28

ประวัตชีวิตของ David Bowie ผู้ล่วงรับ

Rate this item
(0 votes)

“เดวิด โบวี่” กิ้งก่าทางศิลปะตัวจริง  เดวิด โบวี่ อำลาโลกดนตรีและแฟนเพลงไปอย่างสงบ หลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งอยู่นาน 18 เดือน  

ประวัตชีวิตของ David Bowie ผู้ล่วงรับ

เดวิด โบวี่ เป็นหนึ่งในนักดนตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุคสมัยของเขา โบวี่ คิดค้นบุคลิกและสุ้มเสียงของตนขึ้นใหม่ตลอดเวลา ตั้งแต่เพลง Space Oddity แนวฮิปปี้ในทศวรรษ 1960 (พ.ศ.2503-2513) ตามมาด้วย Ziggy Stardust และ the Thin White Duke ไปสู่ตัวตนใหม่ในยุคหลังในฐานะร็อคเกอร์ผู้ระบายความรู้สึกเศร้าสร้อยในส่วนลึกออกมาเป็นเพลง

ในขณะที่ศิลปินและวงดนตรีในยุคก่อน ๆ ต่างพัฒนาแนวดนตรีและรูปลักษณ์ของตน หรือไม่เช่นนั้นก็ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย แต่สำหรับ เดวิด โบวี่ ดูเหมือนเขาจะปฏิวัติตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง ท้าทายทุกคำนิยามทั้งทางดนตรี แฟชั่น หรือรสนิยมทางเพศ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น เครื่องเล่นของโบวี่ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นกิ้งก่าทางศิลปะอย่างแท้จริง

โบวี่เกิดเมื่อเดือนมกราคม ปี 1947 (พ.ศ.2490) มีชื่อเดิมว่าเดวิด โจนส์   แต่ได้ตั้งชื่อใหม่ว่าเดวิด โบวี่ ในปี 1966 (พ.ศ.2509) เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนกับเดวี่ โจนส์ แห่งวง The Monkees

เขาศึกษาพุทธศาสนาและละครใบ้ ก่อนจะออกอัลบั้มแรก คือ The World of David Bowie ในปี 1967 (พ.ศ.2510) ขณะที่เพลงชื่อเดียวกับอัลบั้มชุดที่สองของเขา คือ Space Oddity ดึงคนฟังเพลงให้หันมาสนใจโบวี่อย่างจริงจัง เพลงนี้ซึ่งพูดถึงพันตรีทอม นักบินอวกาศที่ถูกทอดทิ้งระหว่างออกไปโคจรรอบโลก กลายเป็นเพลงฮิตโด่งดังทั่วยุโรปในปี 1969 (พ.ศ.2512) ปีที่ยานอวกาศร่อนลงบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรก แต่ก็ใช้เวลานานถึงสี่ปีกว่าจะฟันฝ่าเข้าไปถึงสหรัฐฯ

หลังจากประสบความสำเร็จครั้งแรก โบวี่มีผลงานฮิตติดตามมา คือ The Man Who Sold the World ซึ่งเป็นอัลบั้มที่มีความซับซ้อน และเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้มนี้มีนักร้องยุคหลังนำมาร้องใหม่มากมาย เช่น ลูลู และเนอร์ วานา

อัลบั้มชุดที่สองของเขาในปี 1971 (พ.ศ.2514) คือ Hunky Dory อาจเรียกได้ว่าเป็นผลงานยิ่งใหญ่ชิ้นแรกของโบวี่ อัลบั้มชุดนี้มี 11 เพลง รวมทั้ง เพลง Life on Mars? และOh, You Pretty Things ซึ่งกำหนดคำนิยามของ ดนตรีร็อคแนวจริงจังแห่งยุค 70 ขึ้นใหม่ และท่อนหนึ่งจากเพลง The Bewlay Brothers ก็ดูจะให้คำจำกัดความเกี่ยวกับตัวเขาได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด นั่นคือ “กิ้งก่า ดาวตลก ผู้มีมาตรฐานสูงสุด และภาพล้อเลียนเสียดสี”
ปีต่อมาเขาออกอัลบั้ม The Rise and Fall of Ziggy Stardust และ the Spiders from Mars ซึ่งมีเพลงฮิตอย่าง Starman, Suffragette City และ Rock 'n' Roll Suicide

อัลบั้มนี้ได้รับความนิยมสูงลิ่ว และการตระเวนออกทัวร์ โดยเสนอภาพโบวี่เป็น Ziggy ผู้มีรสนิยมทางเพศไม่ชัดเจน ส่งให้เขากลายเป็นดาราโด่งดังไปทั่วโลก

เขาสมรสกับ แองจี้ บาร์เนตต์ (หย่ากันใน พ.ศ.2523) และมีลูกชายคนหนึ่งชื่อโซวี่ (ปัจจุบันคือดันแคน โจนส์ ผู้กำกับภาพยนตร์) ในช่วงนี้โบวี่ใช้ชีวิตเจ้าสำราญหัวหกก้นขวิดอย่างเต็มที่ ด้วยแรงกระตุ้นจากสุรา ยาเสพติด และรสนิยมทางเพศแบบรักร่วมสองเพศ

หลังจากทิ้งบุคลิก Ziggy ไปแล้ว ในปี 1973 (พ.ศ.2516) เขาออกอัลบั้ม Aladdin Sane ซึ่งตอกย้ำชื่อเสียงของโบวี่ในสหรัฐฯ เพลงอย่าง Cracked Actor กล่าวถึงด้านมืดและฉาวโฉ่ของความมีชื่อเสียง ในขณะที่เพลง Jean Genie เป็นเพลงร็อคแนวดั้งเดิม

นอกจากแต่งเพลงและแสดงคอนเสิร์ตแล้ว ช่วงนี้โบวี่ยังขยายงานไปเป็นโปรดิวเซอร์อัลบั้ม Transformer ของลู รี้ด และยังแต่งเพลงฮิตของวง Mott the Hoople คือ เพลงAll the Young Dudes ด้วย

ระหว่างการออกทัวร์อัลบั้มชุดถัดไป คือ Diamond Dogs เดวิด โบวี่ ก็ได้บันทึกเสียงอัลบั้มอีกชุด คือ Young Americans ในฟิลาเดลเฟียด้วย
โบวี่ยังคงใช้แนวเพลง “พลาสติกโซล” อีกในอัลบั้ม Station to Station 


ซึ่งมีเพลงฮิต อาทิ Golden Years, Knock on Wood และซิงเกิลแรกของเขาที่ติดอันดับหนึ่งในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก คือเพลง Fame ซึ่งเขียนร่วมกับจอห์น เลนนอน และคาร์ลอส อโลมาร์

แต่แล้วเดวิด โบวี่ ก็หันเหทิศทางอีกครั้ง เขาย้ายไปอยู่ที่กรุงเบอร์ลิน และทำงานในอัลบั้มสามชุดที่เกี่ยวเนื่องกัน คือ Low, Heroes และ Lodger อัลบั้มดังกล่าวเกิดขึ้นจากการร่วมงานกับไบรอัน อีโน อาจถือได้ว่าเป็นการทดสอบประสบการณ์ดนตรีมากที่สุดของโบวี่ ด้วยการผสมผสานเสียงอิเล็กทรอนิกส์กับเนื้อเพลงแบบอาวองต์-การ์ด เกิดเป็นบทเพลงที่เร่าร้อนรุนแรงและทรงอิทธิพล ‪#‎DavidBowie‬

 

Read 950 times Last modified on Tuesday, 12 January 2016 09:35