Tuesday, 12 January 2016 09:35

ประวัตชีวิตของ David Bowie ผู้ล่วงรับ ภาค 2

Rate this item
(0 votes)
History of David Bowie chap 2 History of David Bowie chap 2

เดวิด โบวี่” กิ้งก่าทางศิลปะตัวจริง (ตอนที่ 2)

ปลายทศวรรษ 70 โบวี่หันไปมุ่งเน้นด้านการแสดง โดยแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง The Man Who Fell to Earth และแสดงคู่กับมาร์ลีน ดีทริค ดาราจากยุคทองของฮอลลีวู้ด ในเรื่อง Just a Gigolo

อัลบั้ม Lodger ได้รับความชื่นชอบจากบรรดานักวิจารณ์ ตามมาด้วยอัลบั้ม Scary Monsters ซึ่งโดดเด่นจากการใช้มิวสิควิดีโอร่วมด้วยเป็นชุดแรกๆ จากนั้นก็มีซิงเกิล Ashes to Ashes ซึ่งอัพเดทเรื่องราวของพันตรีทอม

ในปี 1983 (พ.ศ.2526) เดวิด โบวี่ คนใหม่ซึ่งกำลังมีไฟ กลับคืนสู่ฟอร์มอีกครั้งในอัลบั้ม Let's Dance เพลงฮิตอย่าง China Girl และ Modern Love กับการเดินทางแสดงคอนเสิร์ต Serious Moonlight ทั่วโลก ทำให้แฟนเพลงรุ่นใหม่ ๆ ได้รู้จักโบวี่

เพลงคู่ที่เขาร้องกับมิค แจ๊กเกอร์ ในปี 1985 (พ.ศ.2528) คือเพลง Dancin' in the Street กลายเป็นเพลงฮิตและเป็นปัจจัยสำคัญในความสำเร็จของโครงการ Band Aid กับคอนเสิร์ต Live Aid ที่จัดควบคู่กัน
โบวี่กลับคืนสู่เวทีการแสดงอีกครั้ง โดยรับบทนำในละครบรอดเวย์เรื่อง The Elephant Man และรับบทแปลกประหลาดซึ่งเป็นลักษณะประจำตัวเขา ในภาพยนตร์เรื่อง Cat People และ The Hunger

ช่วงปลายทศวรรษ 80 โบวี่ร่วมงานกับวงใหม่ของเขา คือ Tin Machine ซึ่งเป็นแนวเฮฟวี่เมทัลแบบโพสต์โมเดิร์นส

โครงการดังกล่าวซึ่งมีจุดประสงค์ให้โบวี่ได้ตรวจสอบรากเหง้าทางดนตรีร็อคแอนด์โรลล์ของเขาอีกครั้งนั้น มีผลงานสองอัลบั้มซึ่งคุณภาพยังเป็นที่กังขา จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทั้งผู้ฟังและนักวิจารณ์
ในปี 2000 (พ.ศ.2543) เขาได้รับเชิญเป็นนักร้องคนสำคัญในเทศกาลแกลสตันเบอรี ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เป็นครั้งที่สอง หลังจากครั้งแรกเกือบสามสิบปี นับเป็นข้อพิสูจน์ว่าโบวี่ยังคงได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย

ในอัลบั้ม Heathen ในปี 2002 (พ.ศ.2545) โบวี่กลับสู่ฟอร์มเดิมอีกครั้งหลังจากที่ใครๆ รอคอยมานาน ในฐานะเจ้าแห่งดนตรีร็อคที่ไม่มีใครให้คำนิยามได้ และยังเป็นชายผู้ส่งอิทธิพลต่อทุกคน ตั้งแต่อิกกี้ ป๊อป ไปจนถึงบอย จอร์จ ตลอดอาชีพอันยาวนาน

ปี 2006 (พ.ศ.2549) เขาคืนสู่จอเงินอีกครั้งอย่างไม่มีใครคาดฝัน โดยรับบทที่ดัดแปลงจากชีวิตจริงของนิโคลา เทสลา นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันเชื้อสายเซอร์เบีย ในภาพยนตร์เรื่อง The Prestige ของผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนลัน โดยในเรื่องนี้โบวี่พูดติดสำเนียงยุโรปตะวันออกอย่างชัดเจนด้วย

หลังจากไม่ได้ออกอัลบั้มมาหนึ่งทศวรรษ โบวี่ก็ออกอัลบั้มใหม่ The Next Day ในปี 2013 (พ.ศ.2556) สร้างความประหลาดใจแก่แฟนๆ ที่คิดว่าเขาอำลาวงการไปแล้ว อัลบั้มชุดนี้เป็นผลงานที่ติดอันดับหนึ่งในอังกฤษชุดแรกของเขาในรอบ 20 ปี

ในเดือนเดียวกันนั้นเอง คอนเสิร์ตรวมผลงานตลอดอาชีพของโบวี่ "David Bowie Is..." เปิดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิคตอเรียแอนด์อัลเบิร์ตในกรุงลอนดอน และกลายเป็นการแสดงที่จำหน่ายบัตรได้เร็วที่สุดของพิพิธภัณฑ์

อัลบั้มล่าสุดของเขา Blackstar ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากบรรดานักวิจารณ์ ออกวางตลาดในวันเกิดอายุครบ 69 ของโบวี่ เพียงไม่กี่วันก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

เดวิด โบวี่ จากไปโดยทิ้งภรรยาคนที่สอง คือ อีแมน โมฮัดเหม็ด อับดุลมาจิด ไว้ข้างหลัง กับลูกๆ สองคน คือ ดันแคน โจนส์ ผู้กำกับภาพยนตร์แนวไซ-ไฟ กับอเล็กซานเดรีย ซาห์รา โจนส์ ‪#‎DavidBowie‬

เครดิตที่มาจาก BBC Thai

Read 800 times Last modified on Friday, 13 October 2017 15:03